คำนวณเงินเดือนสุทธิ (Take-Home Pay)
คำนวณเงินเดือนสุทธิที่ได้รับจริงหลังหักประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือน
กรอกข้อมูลเพื่อคำนวณ
ปรับค่าได้อิสระประมาณการภาษีตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสรรพากร
สัดส่วนโครงสร้าง
สัดส่วนโครงสร้างรายละเอียดการคำนวณทั้งหมด
แจกแจงตามเกณฑ์- •เงินเดือนสุทธิคิดเป็น 93.5% ของรายรับรวมทั้งหมด
- •เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีละ 12,600 บาท เป็นเงินออมของคุณ และยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ทันที
คำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษีและประกันสังคม
ประเมินเงินได้สุทธิที่จะได้รับจริงเข้าบัญชี (Take-Home Pay) พร้อมแจกแจงรายการหักตามกฎหมาย
ตัวอย่างและขอบเขตการคำนวณ
เงินเดือน 30,000 บาท หักประกันสังคม 875 บาท และ PVD 3% เท่ากับ 900 บาท หากกำหนดภาษีหักเป็นศูนย์และไม่มีรายการอื่น จะเหลือ 28,225 บาท
ภาษีอัตโนมัติสมมติว่ารายได้เท่ากันครบ 12 เดือน ฐานประกันสังคมใช้เงินเดือนประจำในแบบจำลอง หากมีเงินเพิ่มที่นับเป็นค่าจ้างให้เทียบฐานกับฝ่ายเงินเดือน
ทบทวนสูตรและตัวอย่าง: 11 กันยายน 2569
วิธีและสูตรการคำนวณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินเดือนสุทธิ (Take-Home Pay) คำนวณจากอะไรบ้าง?▼
เงินเดือนสุทธิ คือ ยอดเงินที่ลูกจ้างได้รับโอนเข้าบัญชีจริงในวันสิ้นเดือน โดยคำนวณจาก: เงินเดือนพื้นฐาน + ค่าล่วงเวลา (OT) + ค่าครองชีพ/เบี้ยเลี้ยง + คอมมิชชั่น ลบด้วย รายการหักตามกฎหมาย (เงินสมทบประกันสังคม 5% สูงสุด 875 บ. และภาษีหัก ณ ที่จ่าย) และรายการหักตามความสมัครใจ (เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ PVD, กยศ., สหกรณ์)
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน?▼
ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร หากลูกจ้างไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากส่วนตัวและประกันสังคม หากมีเงินเดือนตั้งแต่ประมาณ 26,000 บาทขึ้นไป (รายได้สุทธิทั้งปีเกิน 150,000 บาท) ฝ่ายบุคคล (HR) จะเริ่มคำนวณเฉลี่ยหักภาษี ณ ที่จ่ายตามขั้นบันไดรายเดือน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ควรหักกี่เปอร์เซ็นต์ดี?▼
แนะนำให้สะสมในอัตราสูงสุดที่บริษัทสมทบให้ (เช่น 3% - 15%) เพราะเงินสมทบจากนายจ้างคือผลตอบแทนฟรี 100% ตั้งแต่วันแรก และเงินส่วนที่ลูกจ้างสะสมยังสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ทันทีในแต่ละเดือน
* การประมาณการภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือนคิดจากฐานลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม หากคุณมีลดหย่อนอื่นเพิ่มเติม ยอดหักภาษีจริงอาจน้อยลง